บทที่ 9 ความลับข้อที่เก้า: พลังแห่งความเร่าร้อน
คนที่เก้าคือปีเตอร์ ผู้บริหารระดับสูงในบริษัทโฆษณา เขาเล่าว่าในคืนที่เขาพบชายชราชาวจีนนั้น เขากำลังทำงานล่วงเวลาอยู่ในออฟฟิศ เวลาเกือบสองทุ่ม เขาเก็บโต๊ะเรียบร้อยแล้ว และกำลังคิดหาคำพูดที่จะใช้บอกภรรยาว่าเขาต้องการหย่า
เขาบอกว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาและภรรยารักกันอย่างลึกซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหน เขาไม่อาจชี้ได้ชัดว่าความรักเริ่มหายไปในวันใด เพียงแต่รู้ว่าพวกเขาหยุดพยายาม และเมื่อความพยายามหายไป ความรักก็เหมือนดับลงตามไปด้วย
ขณะที่กำลังนั่งอยู่กับความคิดเช่นนั้น ประตูสำนักงานก็เปิดออก มีชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด เขาผิวปากทำนองซิมโฟนีหมายเลขห้าของเบโธเฟนอย่างอารมณ์ดี ปีเตอร์จึงถามว่าเขามีอะไรน่ายินดีนักหนา
ชายชรายิ้มแล้วตอบว่า “เวลาคนกำลังมีความรัก เขาก็ควรจะมีความสุขไม่ใช่หรือ”
คำตอบนั้นทำให้ปีเตอร์หัวเราะอย่างขื่น ๆ เขาบอกไปตรง ๆ ว่าเรื่องแบบนั้นเป็นอดีตไปนานแล้ว ชายชราจึงตอบกลับว่า เสียงของปีเตอร์ทำให้เขานึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะทิ้งภรรยา ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยรักเธอมาก
เมื่อปีเตอร์อึ้งไป ชายชราก็ถามว่า “คุณรู้ไหมว่าทำไมคนสองคนที่เคยรักกันมาก จึงค่อย ๆ ห่างเหินออกจากกันได้”
ปีเตอร์ส่ายหน้า
“เพราะพวกเขาลืมความลับแห่งความรัก” ชายชราตอบ
นั่นเป็นครั้งแรกที่ปีเตอร์ได้ยินคำนี้ ชายชราอธิบายให้เขาฟังว่า ความรักสามารถถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ หากคนสองคนเข้าใจวิธีหล่อเลี้ยงมัน และในบรรดาความลับทั้งหมด สิ่งที่ปีเตอร์ต้องเรียนรู้มากที่สุดคือ “พลังแห่งความเร่าร้อน”
ตอนแรกปีเตอร์เข้าใจคำนี้แบบตื้น ๆ ว่าหมายถึงเพียงแรงดึงดูดทางกาย แต่เมื่อได้พบผู้คนในรายชื่อและฟังประสบการณ์ของพวกเขา เขาก็เริ่มเข้าใจว่า ความเร่าร้อนที่แท้จริงลึกกว่านั้นมาก มันคือความมีชีวิตชีวา ความใส่ใจ ความกระตือรือร้น ความตื่นเต้นที่จะทำให้คนที่เรารักมีความสุข และความตั้งใจจะไม่ปล่อยให้ชีวิตคู่กลายเป็นเพียงความเคยชินแห้งแล้ง
เขาเริ่มมองย้อนกลับไปในชีวิตแต่งงานของตัวเอง และพบว่าไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่โตอะไรทำลายความรัก พวกเขาเพียงหยุดทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เคยทำให้หัวใจของอีกฝ่ายมีประกาย เขาหยุดชวนภรรยาไปยังสถานที่พิเศษ หยุดให้คำชม หยุดทำสิ่งเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ และหยุดมองเธอด้วยแววตาของคนที่ยังตื่นเต้นกับการมีเธออยู่ในชีวิต
เมื่อเข้าใจเช่นนั้น เขาจึงเริ่มกลับไปทำสิ่งเหล่านั้นใหม่ เขาซื้อดอกไม้โดยไม่มีโอกาสพิเศษ ชวนภรรยาไปทานอาหารที่ร้านเดิมซึ่งเคยเดตกันครั้งแรก พาเธอไปยังโรงแรมหรือชายหาดที่มีความหมายต่อทั้งคู่ เขาเริ่มสังเกตว่าสิ่งใดทำให้เธอยิ้ม และลงมือทำสิ่งนั้นโดยไม่รอให้เธอขอ
“ตอนที่ผมเริ่มเรียนรู้เรื่องพลังแห่งความเร่าร้อน” ปีเตอร์พูด “ผมตั้งใจทำสิ่งที่รู้ว่าภรรยาจะชอบ ทำเหมือนสมัยที่เรายังเพิ่งรักกันใหม่ ๆ และผมก็ค้นพบว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เป็นของวัยหนุ่มสาวเท่านั้น มันเป็นของคนที่ยังเลือกจะเติมพลังให้ความรักอยู่เสมอ”
เขายังตระหนักว่า ความเร่าร้อนไม่ได้หมายถึงการสร้างฉากใหญ่โตเสมอไป บางครั้งมันคือการอยู่กับคนรักด้วยพลังเต็มหัวใจ คือการหัวเราะด้วยกันอย่างเต็มที่ คือการให้ความสนใจอย่างแท้จริง คือการไม่ปล่อยให้ชีวิตประจำวันทำให้เรากลายเป็นเพียงผู้ร่วมบ้านที่เคยรักกัน
ในที่สุด ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนขึ้นมา เขาไม่ได้อธิบายว่าทุกอย่างเปลี่ยนในคืนเดียว แต่เขายืนยันว่าเมื่อคนหนึ่งเริ่มเติมไฟให้ความรักอย่างจริงใจ อีกคนก็รับรู้ได้ และมักเริ่มตอบกลับด้วยไฟเดียวกัน
ใจความของความลับข้อที่เก้า
ความเร่าร้อนคือสิ่งที่จุดประกายความรักและทำให้มันมีชีวิตต่อไป มันไม่ได้มาจากแรงดึงดูดทางกายเท่านั้น แต่มาจากความใส่ใจ ความทุ่มเท ความสนใจใคร่รู้ และความตื่นเต้นที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกัน ประสบการณ์ในอดีตที่เคยทำให้หัวใจเต้นแรงสามารถนำกลับมาสร้างความเร่าร้อนใหม่ได้ และทั้งความรักกับความสุขก็มีธรรมชาติคล้ายกัน คือเราต้องหล่อเลี้ยงมันทุกวัน