PDF

บทที่ 7 ความลับข้อที่เจ็ด: พลังแห่งการสื่อสาร

คนที่เจ็ดในรายชื่อคือคริส ปีมา คนขับแท็กซี่วัยกลางคน เขาพบชายหนุ่มในช่วงพักกลางวันบนม้านั่งริมถนนใกล้ร้านขายแซนด์วิชสำหรับคนขับรถรับจ้าง เขาเป็นชายรูปร่างเล็ก แข็งแรง ผมหงอกเงินเล็กน้อย และมีแววตาสีฟ้าที่ดูจริงใจ

คริสเล่าว่า คืนที่เขาพบชายชราชาวจีนนั้น เขากำลังจะเลิกงานพอดี ชายชราโบกเรียกให้ไปส่งที่สถานีรถไฟ เขามีรถไฟรอบ 23:20 น. แม้สถานีจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางกลับบ้านของเขา แต่เขาก็ตัดสินใจรับ เพราะเห็นว่าเป็นคนแก่ที่ดูสุภาพ

ระหว่างทาง ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องทั่วไป ทั้งข่าว อากาศ และกีฬา จนบทสนทนาเผลอไหลไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ คริสยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของเขามาก เขารักภรรยา แต่ไม่ค่อยเคยบอก ไม่ค่อยพูดความรู้สึก และมักเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน

ชายชราชาวจีนจึงพูดกับเขาว่า ปัญหาใหญ่ของคนส่วนมากไม่ใช่การไม่มีความรัก แต่คือการไม่สามารถ “สื่อสาร” ความรักออกมาได้

“ถ้าเราปรารถนาประสบการณ์แห่งความรัก” ชายชราบอกเขา “ถ้าเราอยากสร้างความสัมพันธ์ที่เปี่ยมด้วยรัก เราต้องเต็มใจจะสื่อสารความรู้สึกของตัวเอง”

คริสยอมรับว่านั่นคือปัญหาของเขาพอดี เขาโตมากับความคิดว่าผู้ชายไม่ควรพูดมาก ไม่ควรเปิดเผยอารมณ์ และยิ่งไม่ควรพูดคำอ่อนโยนออกมาตรง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่รักเป็น แต่ไม่รู้วิธีบอกให้คนที่รักรับรู้

ชายชราจึงเล่าเรื่องเปรียบเทียบให้ฟัง เขาเล่าถึงคนสองคนที่หลงเข้าไปในป่าลึก ต่างคนต่างเหนื่อย หิว และไม่รู้ว่าควรไปทางไหน แต่เมื่อทั้งสองเริ่มแบ่งปันประสบการณ์ ความสับสน และสิ่งที่ตัวเองเคยลองมา พวกเขาก็เริ่มเห็นทางออกชัดขึ้น ทั้งคู่ช่วยกันหลีกเลี่ยงเส้นทางผิด ๆ หัวเราะให้กับความผิดพลาดของตนเอง และในที่สุดก็เดินออกจากป่ามาได้

ชายชราบอกว่า ชีวิตก็คล้ายกัน เราทุกคนมีช่วงเวลาที่หลงทาง อ่อนล้า และไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร แต่เมื่อเรายอมสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจออกมา ยอมบอกอีกฝ่ายถึงความกลัว ความกังวล ความหวัง หรือแม้แต่ความรักที่เรามี โลกภายในของเราก็จะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

คริสเริ่มนำสิ่งนั้นไปใช้กับชีวิตแต่งงานของตน เขาเล่าว่า เดิมทีเวลารู้สึกไม่พอใจหรือผิดหวัง เขามักเงียบ แต่ความเงียบไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป มันเพียงสะสมกำแพงระหว่างเขากับภรรยาให้หนาขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเริ่มเปลี่ยน เขาจึงฝึกพูดในสิ่งที่ไม่เคยพูดมาก่อน เขาเริ่มบอกภรรยาว่ารักเธอ เริ่มขอบคุณเมื่อเธอทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ เริ่มชมเชยอย่างจริงใจ และเริ่มฟังเธอมากกว่าที่เคย เขาพบว่าเพียงไม่กี่คำที่ออกมาจากใจ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของทั้งบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ

คริสยังบอกอีกว่า ชายชราชาวจีนฝากคำถามที่ทำให้เขาไม่มีวันลืมไว้คำหนึ่ง

“ถ้าคืนนี้คุณกำลังจะตาย และมีโอกาสโทรศัพท์ได้เพียงสายเดียว คุณจะโทรหาใคร แล้วคุณจะพูดอะไร”

จากนั้นชายชราก็ถามต่อว่า “แล้วคุณกำลังรออะไรอยู่”

คำถามนั้นทำให้คริสเริ่มคิดว่า คนจำนวนมากมัวแต่รอเวลาที่เหมาะสม รอโอกาสพิเศษ หรือรอให้อีกฝ่ายทำก่อน จนสุดท้ายก็ปล่อยให้คำสำคัญที่สุดไม่เคยถูกพูดออกมาเลย

เมื่อเล่าเรื่องนี้จบ คริสหันมามองชายหนุ่มแล้วพูดว่า “ความรักไม่ได้มีค่าเพราะเรารู้สึกอยู่คนเดียวในใจหรอก มันมีค่าเมื่อคนที่เรารักได้ยิน ได้รับรู้ และได้สัมผัสมัน”

ใจความของความลับข้อที่เจ็ด

เมื่อเราเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างเปิดเผยและจริงใจ ชีวิตก็จะเปลี่ยนไป การรักใครสักคนคือการสื่อสารกับเขา จงบอกให้คนที่คุณรักรู้ว่าคุณรักและซาบซึ้งในตัวเขา อย่ากลัวที่จะพูดคำว่า “ฉันรักคุณ” อย่าปล่อยโอกาสในการชื่นชมผู้อื่นให้หลุดมือ และจงทิ้งคำพูดที่เปี่ยมด้วยความรักไว้กับคนที่คุณรักเสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่